แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ wrought iron แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ wrought iron แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ร็อท ไอร์ออน ประตูเล็ก

ประตูเล็ก เหล็ก ร็อท ไอร์ออน 

ประตูเล็ก เหล็ก ร็อท ไอร์ออน 


วันนี้ขอฝากผลงานติดตั้งประตูเล็ก เหล็ก ร็อท ไอร์ออน มาให้ชมครับ ถ้าสนใจ รายละเอียด
แบบลาย ทั้ง ประตู รั้ว ราวบันได เชิญชมได้ที่ www.cibthai.com หรือ โทรสอบถามได้ที่ 02-701-3158-9

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ประวัติศาสตร์ ร็อท ไอร์ออน ตอนที่ 3

ยุคบาร็อค (Baroque) ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นประมาณศตวรรษที่ 16 นี้ ศิลปะในยุคนี้เน้นถึงความละเอียด อ่อนของส่วนประกอบต่างๆของศิลปะ ในขณะเดียวกัน ร็อท ไอร์ออนในยุคนั้นสามารถมีคุณสมบัติของความมีคาร์บอนต่ำ ซึ่งประกอบด้วยคาร์บอนเพียง 0.04% เหตุนี้เอง ร็อท ไอร์ออนจึงอ่อนและง่ายต่อการตอบสนองศิลปะในยุคนี้มาก

ในปัจจุบันนี้ แม้มีวิทยาการมากมายซึ่งทำให้งานศิลปะง่ายมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นที่ยอมรับว่าช่างเหล็กยังเป็นคนทำงานศิลปะผู้ซึ่งสามารถเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานในรูปนามธรรม Jean Tijou ช่างเหล็กชาวฝรั่งเศสดำรงชีพในประเทศอังกฤษในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ถึงต้นศตวรรษที่ 17นั้น ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินในสมัย ของกษัตริย์ วิลเลี่ยมที่ 3 (William III) โดยผลงานที่เขาทำที่ Hampton Court Palace

ในระหว่างยุค นีโอคลาสิค (ปลายศตวรรษที่ 18 ถึง ต้นศตวรรษที่ 19) ความต้องการงานศิลปะเหล็กเริ่มลดน้อยลง อาคารบ้านเรือนถูกออกแบบโดยใช้เส้นตรง เรียบง่ายซึ่งตรงกันข้ามกับงานศิลปะทั่วไป จากนี้เองเป็นครั้งแรกของ ช่างเหล็กผู้ซึ่งถูกใช้งานตามคำสั่งของมัณฑนากรโดยปราศจากการสร้างสรรค์ของตนเอง ทำให้เขาในฐานะเสมือนนักศิลปะทั่วไปนั้นถูกถอดถอนไป
เหล็กหล่อในยุคนั้นก็เฟื่องฟูมากจึงเป็นตัวเร่งให้งานศิลปะด้านร็อท ไอร์ออน ถดถอยไปมาก อย่างไรก็ดี ปลายศตวรรษนี้เอง รัสกิน และ มอริส (Ruskin and Morris) นักศิลปะในอังกฤษเริ่มเผยแพร่แนวความคิดของRomantic ซึ่งแนวคิดนี้เชื่อว่าสามารถทำให้แนวศิลปะทำมือเกิดขึ้นใหม่ภายใต้การเกิดอีกครั้งของศิลปกรทำมือ หลายโรงงานใน Boulanger ประเทศฝรั่งเศส สถาปนิก Violet –le Duc ได้ชุบชีวิตของงานศิลปะร็อท ไอร์ออนโดยให้มีเอกลักษณ์และมีชีวิตชีวาใหม่อีกครั้ง. 
 

  ในยุค Art Nouveau หรือ Floral (Liberty) เกิดขึ้นปลายศตวรรษที่18 จนถึงประมาณปี 1920-1930นั้น ในยุคนี้ การใช้ลายเส้นของธรรมชาติมาเสริมแต่งช่องว่างในงานสถาปัตยกรรม แล้วก็เป็นโอกาสอีกครั้งของงานศิลปะเหล็ก โดยวิทยาการสมัยใหม่ อาทิเช่น การใช้เครื่องจักรไอน้ำ การเชื่อมโดยแก๊ส เป็นต้น งานสถาปัตยกรรมได้เปิดช่องให้งานศิลปะเหล็กในรูปแบบของ ประตู ระเบียง ราวบันได ฉากกั้น ซึ่งลวดลายนั้นประกอบไปด้วย ดอกไม้ ผลไม้ ปลา และ นก เป็นต้น จวบจนปัจจุบันนี้ งานศิลปะเหล็กก็ยังคงแพร่หลายเกี่ยวข้องการงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งทั่วไป เหตุเพราะเหล็ก ร็อท ไอร์ออนนั้น มีส่วนประกอบของคาร์บอนต่ำมาก จึงทนต่อการสึกกร่อน ด้วยความอ่อนในตัวของร็อท ไอร์ออนนั้น จึงแทบไม่ข้อจำกัดสำหรับงานสร้างสรรค์ศิลปะเหล็กเลย ส่วนการบำรุงรักษานั้น ผลิตภัณฑ์ ร็อท ไอร์ออนนั้น สำหรับการเกิดสนิมนั้นอาจจะเกิดจากบริเวณจุดที่เชื่อมต่อกัน และ บริเวณที่ถูกกระแทกทำให้สีนั้นกะเทาะออกมา วิธีแก้ไขชั่วคราวคือ ใช้กระดาษทรายหรือแปรง ขัดบริเวณนั้นให้ถึงเนื้อเหล็ก แล้วปัดเช็คทำความสะอาดบริเวณนั้น แล้วทาสีหรือใช้ปากกาเคมีทาปิดเคลือบเพื่อไม่ให้เหล็กเกิดการอ๊อกซิเดชั่นกับอากาศเท่านั้นเอง
เปรียบเทียบกับวัสดุอื่นซึ่งนำมาใช้กับงานศิลปะนั้น เช่น Cast Iron เหล็กหล่อ หรือ อัลลอย (Alloy) กรรมวิธีของการทำงานประเภทนี้คือ ทำพิมพ์ขึ้นมาก่อนแล้วหลอมวัสดุนั้นให้เป็นของเหลว เทลงพิมพ์ที่เตรียมไว้ ข้อเสียของวัสดุที่ทำด้วยวิธีนี้คือ ฟองอากาศ ซึ่งบางครั้งการเทพิมพ์นั้น ถ้าพิมพ์มีสิ่งของแปลกปลอมเล็กๆอยู่ ก็จะทำให้บริเวณนั้นเป็นรูพรุน หรือเกิดขึ้นเช่นเดียวกับกรณีวัสดุเหลวนั้นไปไม่ทั่วพิมพ์ จุดนี้เองจะเป็นจุดเปราะของงานประเภทนี้ พร้อมทั้งข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือ วัตถุดิบที่ใช้หลอมนั้น ถ้าเป็นเหล็กหรืออัลลอยคุณภาพดี งานที่หล่อออกมานั้นก็มีคุณภาพดีเช่นเดียวกับวัตถุดิบที่ใช้